แหล่งข่าวภายในสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ตามที่บอร์ด สปสช. อนุมัติให้เพิ่มตำแหน่งรองเลขาธิการ สปสช. อีก 2 อัตราเพื่อดูแลระบบเบิกจ่ายเงินในกองทุนหลักประกันสุขภาพและได้รับการคัดค้านจากบอร์ดภาคประชาชนว่าเป็นการล้วงลูก มีใบสั่งจากผู้มีอำนาจทางการเมือง ล่าสุด นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการ สปสช. ต้องเลื่อนการประกาศผลคัดเลือกจากวันที่ 14 มค. ที่ผ่านมาออกไป ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของผู้สมัครและภายใน จนท. โดยชมรมรัก สปสช. มีมติส่งผู้แทนเข้าพบผู้บริหารก่อนประกาศใส่ชุดดำเพื่อแสดงจุดยืนให้เลขาธิการและผู้บริหารระดับสูงร่วมกับจนท. ปกป้องอุดมการณ์ของ นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ปกป้องหลักธรรมาภิบาลในการแต่งตั้งผู้บริหารและปกป้องกองทุนหลักประกันสุขภาพแสนสามหมื่นล้านบาทให้ปลอดภัยจากการถูกแทรกแซงของผู้มีอำนาจทางการเมือง ขณะที่มีกระแสข่าวว่ากรรมการคัดเลือก 2 ใน 3 คนที่เหลือเตรียมตัดสินใจไขก๊อกลาออกอีกเพราะรับไม่ได้กับใบสั่งให้เลือกคนของนักการเมือง และล่าสุดผู้อำนวยการ สปสช.เขตและผู้บริหารกว่า 10 คน จาก เขตภาคอีสานและภาคกลางได้เขียนใบลาพร้อมออกจากราชการเพื่อยืนยันปกป้องระบบธรรมาภิบาลขององค์กรและกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติไว้
นส.สุรีรัตน์ ตรีมรรคา อดีตบอร์ด สปสช. และหนึ่งในผู้สมัครรองเลขาธิการเปิดเผยว่า รู้สึกผิดปกติที่มีการเลื่อนการคัดเลือกและประกาศผลหลายครั้งโดยไม่มีการชี้แจงเหตุผลที่รับฟังได้ ขณะที่การสัมภาษณ์คัดเลือกก็ทำแบบคล้ายมีธงมีใบสั่งมาก่อน กรรมการที่เหลืออยู่สามคน ดูไม่ได้ตั้งคำถามต้องการคัดเลือกจริงจังอะไรมากนัก สอดคล้องกับข่าวลือว่างานนี้มีใบสั่ง
ขณะที่เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอดส์ เครือข่ายมะเร็ง เครือข่ายคนพิการ และชมรมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย ได้ประชุมติดตามสถานการณ์การแทรกแซงกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เมื่อวันนี้ (วันที่ 28 มค.) มีความเป็นห่วงว่าระบบหลักประกันสุขภาพกำลังอยู่ในสถานการณ์อันตราย การส่งอดีตนักการเมืองเข้าเป็นผู้บริหารระดับสูงของ สปสช.เพื่อดูแลการเบิกจ่ายเงินกองทุนแสนกว่าล้านบาทของประชาชนจะกระทบต่อชีวิตของผู้ป่วยทั่วประเทศ “ทางเครือข่ายผู้ป่วยทุกเครือข่าย กำลังประสานเข้าพบเลขาธิการ สปสช. เพื่อขอความชัดเจนในเรื่องใบสั่งตั้งรองเลขาธิการ และยืนยันจะปกป้องให้ระบบหลักประกันสุขภาพเอื้อประโยชน์กับประชาชนทั่วประเทศ จะคัดการการแทรกแซงแสวงหาประโยชน์จากผู้มีอำนาจทางการเมือง” แกนนำผู้ติดเชื้อเอดส์กล่าว
ขณะที่ชมรมแพทย์ชนบทนำโดย นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมฯ เปิดเผยว่าการแทรกแซงกองทุนหลักประกันสุขภาพ เป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจทางการเมืองต้องการทำมาโดยตลอด การมีใบสั่งให้ตั้งอดีตนักการเมืองเป็นรองเลขาธิการ สปสช.เป็นแผนขั้นที่สองของแผนทำลายระบบบัตรทองที่มีการเตรียมการไว้ทั้งหมดสี่ขั้นตอน หลังจากยึดสำนักงานแต่งตั้งผู้บริหารได้แล้ว ปีต่อไปจะเริ่มแผนขั้นที่สามปรับระบบการเงินของ สปสช. ให้เอื้อกับธุรกิจเอกชน เพื่อนำไปสู่แผนขั้นที่สี่คือยกเลิกหรือแก้ไขกฎหมายหลักประกัรสุขภาพแห่งชาติ ปรับไปใช้ระบบสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยแทน ทำให้ระบบ สปสช.เป็นระบบอนาถา และปรับราคาค่าบริการสุขภาพให้สูงขึ้นเพื่อรองรับคนมีเงินร่วมจ่ายและกำลังซื้อจากต่างประเทศ “นโยบายลดความเหลื่อมล้ำสามกองทุน ที่ประกาศไว้เป็นเพียงการหาเสียงทางการเมือง แต่ทำจริงๆกับเพิ่มการเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนกับคนรวย และคนถือบัตรทองกับบัตรข้าราชการมากขึ้น” ประธานชมรมแพทย์ชนบทกล่าว
ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai